23   กรกฎาคม   2559  
วันที่ข่าวย้อนหลัง ตั้งแต่ วว/ดด/ปป   
  ถึง         
 
คำสำคัญ  

::


  กบง.มีมติให้ปรับเพิ่มอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ของแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 อีก 25 สต./ลิตร จากปัจจุบันเก็บอยู่ 10 สต. เป็น 35 สต. เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาน้ำมันตลาดโลกกลุ่มดีเซลปรับลดลงต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มเบนซินทรงตัว ส่งผลให้แก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 มีราคาถูกกว่าดีเซล และพิจารณาส่วนต่างของราคาแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ที่ห่างกันอยู่ 42 สต./ลิตร ที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 24-25 สต. โดยหลังจากเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯและปรับลดราคาขายปลีกลงอีก 15 สต. จะทำให้ราคาส่วนต่างราคาของน้ำมัน 2 ชนิดต่างกันเพียง 27 สต. และช่วยลดภาระกองทุนน้ำมันฯจากเดิมมีเงินไหลออกเดือนละ 350 ล้านบาท เหลือ 200 ล้านบาท/เดือน

รายละเอียด

ที่มา : โพสต์ทูเดย์  ( 22 ก.ค. 2559 )

::


  ปตท. อยู่ระหว่างเจรจากับค่ายรถยนต์ทั้งจากสหภาพยุโรปและญี่ปุ่น รวม 3-4 ราย เพื่อร่วมลงทุนทำสถานีชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Charging Station เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการผลักดันให้เกิดการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นได้ในอนาคต โดยจะจัดหาพื้นที่ในสถานีบริการน้ำมัน ส่วนค่ายรถยนต์ที่ร่วมมือจะจ่ายค่าเช่าแบบเหมาจ่ายเป็นรายเดือน เพื่อเปิดให้ผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้ากับค่ายรถดังกล่าวมาเติมฟรี ปัจจุบันปตท. มีสถานีชาร์จไฟฟ้า 4 แห่ง และมีเป้าหมายจะเพิ่มเป็น 6 แห่งภายในปีนี้ และเพิ่มเป็น 20 แห่งภายในปี 2560

รายละเอียด

ที่มา : ไทยรัฐ, กรุงเทพธุรกิจ, แนวหน้า, ผู้จัดการรายวัน  ( 22 ก.ค. 2559 )

::


  กระทรวงพลังงานมีแผนจะปรับโครงสร้างการบริหารเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อให้การทำงานมีความชัดเจนมากขึ้น จากเดิมที่มีหลายหน่วยงานด้านพลังงานเข้ามาเกี่ยวข้อง แยกตามวัตถุประสงค์ของการใช้เงินในแต่ละโครงการ แต่สามารถรวมแผนงานให้อยู่ภายใต้สนพ. อย่างเดียว ก็จะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะมีการแบ่งกลุ่มงานให้ชัดเจน จัดบุคลากรมารองรับให้เพียงพอกับงาน ซึ่งปัจจุบันมีภารกิจมาก

รายละเอียด

ที่มา : โพสต์ทูเดย์  ( 21 ก.ค. 2559 )

::


  กระทรวงพลังงานเตรียมเสนอร่างพ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าสู่การพิจารณาในครม. ภายในเดือนก.ค. ภายหลังมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นและผ่านความเห็นชอบจากกพช. เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากครม.อนุมัติจะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาจากสนช. คาดว่า จะสามารถประกาศเป็นกฎหมายได้ช่วงปลายปีนี้ โดยสาระสำคัญจะมีการยกระดับสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) มาเป็นสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อกำกับดูแลคล้ายกับกกพ. โดยภายใต้กฎหมายยังคงสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไว้เหมือนเดิม เพื่อทำหน้าที่รักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน

รายละเอียด

ที่มา : ผู้จัดการรายวัน  ( 21 ก.ค. 2559 )

::


  ปตท. เปิดเผยว่า แนวโน้มราคาขายปลีกก๊าซเอ็นจีวีในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่า จะอยู่ที่ 12-12.50 บาท/กก. ปรับลดลงเล็กน้อยจากปัจจุบันที่ 12.55 บาท บ่งชี้ว่า แนวโน้มราคาเอ็นจีวีมีเสถียรภาพมากขึ้น แม้ว่าจะมีการปล่อยลอยตัวตามราคาตลาดโลก แต่ปีนี้ปตท.ยังคงขาดทุนจากธุรกิจเอ็นจีวีประมาณ 5-6 พันล้านบาท ลดลงจากปีก่อน เนื่องจากปตท.ยังต้องแบกรับภาระอุดหนุนราคาให้กับรถสาธารณะที่ตรึงราคาอยู่ที่ 10 บาท/กก. เชื่อว่า เมื่อร่างพ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านความเห็นชอบและประกาศใช้ื จะทำให้ไม่ต้องแบกรับภาระต่อไป แต่ก็ยังขาดทุนบ้างจากภาระค่าขนส่งและค่าดำเนินการที่สูงกว่าภาครัฐกำหนด

รายละเอียด

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ, ผู้จัดการรายวัน  ( 21 ก.ค. 2559 )

::


  บริษัทอมตะ คอร์ปอเรชั่น อยู่ระหว่างศึกษาที่จะร่วมทุนทำโครงการโซลาร์รูฟท็อปโรงงานให้เช่าที่มีอยู่กว่า 100 โรงงานของบริษัท เพื่อให้เกิดประโยชน์และประหยัดพลังงาน คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ และยังสนใจธุรกิจเปลี่ยนพลังงานจากขยะเป็นไฟฟ้า

รายละเอียด

ที่มา : แนวหน้า, ผู้จัดการรายวัน  ( 21 ก.ค. 2559 )

::


  บริษัทสยามแก๊ส แอนด์ปิโตรเคมีคัลส์ ลงทุนในกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมขนาด 230 เมกะวัตต์ ในเมียนมา โดยให้บริษัทย่อยที่จดทะเบียนในสิงคโปร์เป็นผู้เข้าลงทุน ถือเป็นการก้าวสู่ธุรกิจพลังงานอื่นนอกเหนือจากก๊าซแอลพีจี

รายละเอียด

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ, The Nation, ผู้จัดการรายวัน  ( 21 ก.ค. 2559 )

::


  ปัจจุบันหลายประเทศให้ความสำคัญกับนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพ หรือ Bio Economy เพื่อมุ่งแก้ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติที่ลดน้อยลง ประชากรเพิ่มขึ้นและการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ เช่นเดียวกับประเทศไทยที่มีการให้ความสำคัญกับนโยบายนี้ โดยคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ สปท. ได้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษา และได้นำเสนอรายงานต่อนายสมคิด รองนายกฯด้านเศรษฐกิจ พิจารณาเพื่อผลักดันให้เกิดนโยบายสนับสนุนที่เป็นรูปธรรม

รายละเอียด

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ  ( 21 ก.ค. 2559 )

::


  กระทรวงการคลังเปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 คาดว่า จะขยายตัวได้ 3.3% ของจีดีพี ซึ่งเป็นการขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาสแรกที่ 3.2% แสดงให้เห็นว่า พื้นฐานเศรษฐกิจของไทยมีเสถียรภาพและความแข็งแกร่ง สามารถรองรับความผันผวนของปัจจัยลบต่างๆ ของเศรษฐกิจโลกและภายในประเทศได้ ซึ่งล่าสุด กองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลกประเมินว่า เศรษฐกิจไทยน่าจะเติบโตได้ประมาณ 4-5% ของจีดีพี หากมองตามศักยภาพและโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจไทย ขณะที่ไอเอ็มเอฟได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกช่วงปี 2559-60 อาจเติบโตเพียง 3.1% ในปีนี้ และ 3.4% ในปีหน้า โดยมีเหตุผลหลักจากความไม่แน่นอนที่เกิดจากอังกฤษถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป

รายละเอียด

ที่มา : ไทยรัฐ, กรุงเทพธุรกิจ, แนวหน้า, The Nation  ( 21 ก.ค. 2559 )