>เกี่ยวกับโครงการ> หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการดำเนินโครงการ> เงื่อนไขในการดำเนินงาน> ข้อแนะนำในการดำเนินโครงการ


ความเป็นมาของโครงการ

ปัจจุบันมีกิจกรรมหลายประเภทที่จำเป็นต้องใช้น้ำร้อน  เช่น  โรงพยาบาล  โรงแรม  ร้านอาหาร  ร้านเสริมสวย  เป็นต้น  สำหรับการผลิตน้ำร้อนได้มีการใช้พลังงานหลายรูปแบบ  ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้วิธีการต้มโดยใช้พลังงานจากก๊าซและไฟฟ้า หรือหากเป็นกิจกรรมขนาดใหญ่จะใช้หม้อต้ม ( Boiler) ที่ใช้น้ำมันเตา หรือน้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง
การใช้พลังงานไฟฟ้าในการผลิตน้ำร้อน ถือว่าเป็นวิธีที่ไม่เหมาะสมกับคุณค่าของพลังงานไฟฟ้าทางเลือกหนึ่งของการผลิตน้ำร้อน คือ การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และความร้อนเหลือทิ้ง (waste-heat) เช่น ความร้อนทิ้งจากชุดระบายอากาศของเครื่องปรับอากาศ สำหรับกิจการโรงแรม โรงพยาบาลหรืออาคารธุรกิจหรือโรงงานบางแห่งนั้นสามารถใช้ระบบผลิตน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ แบบผสมผสานกับระบบผลิตน้ำร้อนจากความร้อนเหลือทิ้ง เพราะกิจการเหล่านี้ล้วนมีการใช้ระบบปรับอากาศเครื่องทำความเย็น เตาเผา หม้อไอน้ำ ที่มีความร้อนเหลือทิ้งอยู่มาก การใช้พลังงานผสมผสานดังกล่าว สามารถลดความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงหรือพลังงานไฟฟ้า และสิ่งที่สำคัญ คือ เป็นการใช้พลังงานธรรมชาติและพลังงานเหลือทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ได้โดยตรง

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อให้มีการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ผลิตน้ำร้อนในกิจการธุรกิจภาคต่างๆ
  2. เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนใช้ระบบผลิตน้ำร้อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์อย่างแพร่หลาย

รูปแบบโครงการ

ให้การสนับสนุนเงินลงทุนแก่ผู้ประกอบการที่มีความสนใจลงทุนติดตั้งระบบผลิตน้ำร้อนพลังงาน แสงอาทิตย์ระบบผสมผสาน ตลอดจนให้การสนับสนุนการศึกษาความเป็นไปได้และการออกแบบเบื้องต้น แก่สถานประกอบการ โดยสถานประกอบการ ต้องมีหนังสือยืนยันการเข้าร่วมโครงการฯ จากผู้บริหารระดับสูงซึ่งเป็นผู้มีอำนาจลงนาม และส่งใบสมัครกลับมาตาม ที่อยู่ด้านล่างนี้:สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุน คลิกที่นี่เพื่อรับใบสมัคร

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน
สำนักพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ (โครงการส่งเสริมการใช้น้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยระบบผสมผสาน)
เลขที่ 17 ถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน กทม. 10330
หรือ ส่ง Fax ได้ที่หมายเลข 02-221-7841

ระยะเวลาโครงการ

รอบที่ 1 เริ่มวันที่ 12 เมษายน 2553 และสิ้นสุดภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2553
รอบที่ 2 เริ่มวันที่ 16 มิถุนายน 2553 และสิ้นสุดภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2553
กรณีเงินสนับสนุนหมดในรอบที่ 1 พพ. จะยกเลิกการสนับสนุนในรอบที่ 2